Skip to content

สำหรับ ใน version 13 นี้ เราจะเรียกได้ว่าทิศทางของการทำการตลาดของ Veeam นั้นจะไปในชื่อ Veeam Data Protection ซึ่ง ประกอบด้วยโปรดักส์ภายใน Veeam Backup and Replication, Veeam ONE และ Veeam Recovery Orchestrator ซึ่งตัวหลังสุดคือโปรดักส์ใหม่ ที่จะเข้ามาเติมเต็ม การปกป้องข้อมูลของ Veeam

 

Veeam Software Appliance

ก่อนหน้านี้เราจะคุ้นเคย การติดตั้งซอฟต์แวร์บน Windows ซึ่งใน version 13 ก็ยังทำได้อยู่เช่นเดิม แต่จะมีเพิ่มเติมคือ สิ่งที่เรียกว่า software appliance ซึ่งช่วยลดความวุ่นวายในเรื่องการ configure และ มีความเป็นมาตรฐาน DISA STIG ปลอดภัยในตัวมันเอง

Pre-Built
ด้วย VSA ใช้พื้นฐาน OS ที่เรียกว่า JeOS (just enough operating system) และตัวระบบสำรองข้อมูลก็บรรจุอยู่ภายในด้วย มันถูกติดตั้งได้บน เซิร์ฟเวอร์มาตรฐาน หรือ อยู่ในรูปแบบ VM ทั้ง VSA นั้นทาง Veeam เองเป็นคนบำรุงรักษา และ มันทำการบูตได้ในตัว มันถูกติดตั้งได้บนทั้ง physical, virtual และ cloud เราเพียงคลิกไม่กี่ครั้งก็ติดตั้งได้ทันที ง่าย เร็ว ปลอดภัย นอกจากนั้นสำหรับผู้ที่ใช้ VMware ยังสามารถดาวน์โหลดในรูปแบบ OVA ได้ด้วย

ทำให้ปลอดภัยตั้งแต่แรก
VSA นั้นถูกสร้างด้วยการคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ตามคำแนะนำ DISA STIG เช่น SSH เข้าถึงไม่ได้ และ การดำเนินการที่สำคัญท่านจะต้องใช้ MFA เท่านั้น นอกจากนั้นมันยังออกแบบด้วยหลักการ Zero Trust 

 

Web UI

สิ่งที่ท่านจะเห็นชัดที่สุด สำหรับการใช้งานในครั้งแรกคือ UI ที่เปลี่ยนไป เพราะ Veeam 13 นั้นเปลี่ยนไปใช้ Web UI เพื่อให้การทำงานข้าม platform นั้นเป็นไปได้สะดวก เช่น VSA ซึ่งใช้ Linux based แต่ถึง UI จะเปลี่ยนไป รูปแบบการใช้งานที่คุณคุ้นเคยนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปตาม ท่านยังคงเข้าถึงเมนู แบบเดิมได้ 

Role-Based Access Control (RBAC) ที่ได้รับการพัฒนา

การกำหนดสิทธิ์ที่ละเอียดขึ้นกว่าเดิม เช่น workload และ repository

Single Sign On (SSO)

ในขณะที่องค์กรขนาดใหญ่นั้น ใช้งาน Single Sign On แทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการใช้งาน ระบบ authentication ที่มีอยู่แล้วย่อมมีประโยชน์มาก และ เพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน เช่น Microsoft Entra ID หรือ Okta